Table of Contents
Table of Contents

9 วิธี! เลือกโบรกเกอร์ Forex ให้คุ้มที่สุด สำหรับมือใหม่

เลือกโบรกเกอร์ Forex ยังไง ให้คุ้มค่าและดีที่สุดสำหรับ เทรดเดอร์มือใหม่

⚠ คำเตือน : อย่าลืมพิจารณาข้อมูลของโบรกเกอร์ให้ดีก่อนตัดสินใจเทรด

การเลือกโบรกเกอร์ Forex คือ สิ่งแรกที่เทรดเดอร์มือใหม่ไม่ควรมองข้าม นอกจากการทำความเข้าใจในเรื่องของการเทรด เทคนิคการวิเคราะห์กราฟ หรือแม้แต่ความเข้าใจในสินทรัพย์นั้น ๆ อาจจะเป็นเรื่องที่เทรดเดอร์ต้องให้ความสำคัญ แต่การเลือกโบรกเกอร์ที่ดี คุ้มค่า และไม่เอาเปรียบเทรดเดอร์ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับก้าวแรกในการเริ่มต้นเทรดครับ

ดังนั้นแล้ว จะดีกว่าไหมถ้าเทรดเดอร์สามารถเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ คุ้มค่า และไม่เอาเปรียบเทรดเดอร์ ในบทความนี้ ทีมงาน Gotradehere จะมาแนะนำการเลือกโบรกเกอร์ และคุณสมบัติสำคัญที่เทรดเดอร์ไม่ควรมองข้ามในการเลือกโบรกเกอร์ครับ

——————–🐣——————–

หมายเหตุ :  การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง และการเลือกโบรกเกอร์ Forex จำเป็นต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติในหลายด้านของโบรกเกอร์ ซึ่งคุณควรศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนครับ

โบรกเกอร์ Forex คืออะไร?

โบรกเกอร์ Forex คืออะไร

โบรกเกอร์ (Broker) หรือนายหน้า คือ บริษัทหรือองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน อาทิเช่น หุ้น, ฟอเร็กซ์, คริปโต, ดัชนี หรือแม้แต่ทองคำ โดยโบรกเกอร์จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงเทรดเดอร์กับตลาดการซื้อขาย ซึ่งจะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเข้าถึงตลาดสินทรัพย์ทางการเงินได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้ว โบรกเกอร์ Forex จึงหมายถึง บริษัทหรือองค์การที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถซื้อขายคู่เงินในตลาด Forex ได้นั่นเองครับ

โดยปกติแล้ว โบรกเกอร์ Forex จะช่วยให้เทรดเดอร์เข้าถึงตลาดสินทรัพย์ได้ง่ายขึ้นในรูปแบบของการให้บริการผลิตภัณฑ์การเทรดที่รองรับ, การให้บริการ Leverage, โปรโมชั่น, การเข้าถึงแพลตฟอร์มการเทรดที่ทันสมัย, ระบบการฝากถอน, การให้บริการด้านข้อมูล หรือเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิค เป็นต้นครับ

🐔 ถึงแม้ว่า โบรกเกอร์ Forex จะให้บริการที่ครบถ้วนและคอยช่วยเหลือเทรดเดอร์อย่างเต็มที่ แต่ตัวเทรดเดอร์เองอาจจะต้องเสียค่าบริการในการใช้งานโบรกเกอร์ด้วยเช่นกันครับ ดังนั้นแล้ว การเลือกโบรกเกอร์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน น่าเชื่อถือ บริการลูกค้าดี และไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมที่แพงจนเกินไปจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ

ทำไมการเลือกโบรกเกอร์ Forex จึงสำคัญ

อย่างที่ได้กล่าวไปในช่วงแรกของบทความครับ การเลือกโบรกเกอร์เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับเทรดเดอร์ เนื่องจากโบรกเกอร์เปรียบเสมือนตัวกลางที่ช่วยให้เราสามารถเทรดได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย และเกิดความคุ้มค่าที่สุด โดยเราได้สรุปความสำคัญของการเลือกโบรกเกอร์ออกมา ดังนี้ครับ

  • ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าถึงตลาด Forex ได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้ว่าจะมีต้นทุนในการเริ่มเทรดต่ำ จากการให้บริการด้วยค่า Leverage, โปรโมชั่นต่าง ๆ หรือบริการ Free Swap เป็นต้นครับ
  • นอกจากจะช่วยให้เข้าถึงตลาดสินทรัพย์แล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้มากขึ้นและลดต้นทุนในการเทรดได้เช่นกันครับ
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรดให้แก่ตัวเทรดเดอร์ ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์และบริการอื่น ๆ จากทางโบรกเกอร์
  • ป้องกันความเสี่ยงจากการใช้บริการโบรกเกอร์ Forex ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ 
  • ป้องกันการสูญเสียต้นทุนในการเทรดไปกับค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรมจากทางโบรกเกอร์

และในหัวข้อถัดไป เราจะมาพูดถึงคุณสมบัติสำคัญที่เทรดเดอร์จะต้องรู้ก่อนตัดสินใจเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ครับ

——————–🐣——————–

การเลือกโบรกเกอร์ Forex ต้องดูอะไรบ้าง?

ในหัวข้อนี้เราจะมาพูดถึงคุณสมบัติสำคัญที่โบรกเกอร์ควรมีและเทรดเดอร์ควรพิจารณาเสมอ ก่อนตัดสินใจเลือกเปิดบัญชีการเทรด มีดังนี้ครับ

  • ตรวจสอบ “ประเภทบัญชี” ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex
  • ตรวจสอบ “ค่า Spread” ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex
  • ตรวจสอบ “ค่า Swap” ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex
  • ตรวจสอบ “ค่า Commission” ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex
  • ตรวจสอบ “ความน่าเชื่อถือ” ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex
  • ตรวจสอบ “แพลตฟอร์มการเทรด” ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex
  • ตรวจสอบ “การให้บริการ” ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex
  • ตรวจสอบ “ช่องทางการฝาก-ถอน” ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex 
  • ตรวจสอบ “โบนัส/โปรโมชั่น” ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex

——————–🐣——————–

ดูประเภทบัญชีก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex

🔎 เทรดเดอร์จำเป็นจะต้องศึกษาประเภทบัญชีที่โบรกเกอร์ให้บริการครับ เนื่องจากบัญชีในแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งคุณสมบัติต่าง ๆ นั้น เราจะพูดถึงกันในหัวข้อถัด ๆ ไปครับ ในหัวข้อนี้เราต้องรู้ว่า ประเภทบัญชีต่าง ๆ เหมาะกับเทรดเดอร์แบบไหน เหมาะกับสไตล์การเทรดของเราหรือไม่ เพราะว่า ถ้าเทรดเดอร์เลือกประเภทบัญชีที่ไม่เหมาะกับตนเอง อาจส่งผลให้เทรดเดอร์ขาดทุนจากการเทรดได้ครับ โดยประเภทบัญชีพื้นฐานที่เทรดเดอร์ควรรู้ มีดังนี้ครับ

  • บัญชี Demo หรือบัญชีประเภททดลอง เหมาะสำหรับการฝึกทดลองเทรด หรือทดลองใช้บริการของโบรกเกอร์นั้น ๆ 
  • บัญชี Cent เป็นประเภทบัญชีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
  • บัญชี Micro เป็นประเภทบัญชีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
  • บัญชี Standard เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป และเป็นบัญชีที่เทรดเดอร์นิยมใช้มากที่สุด
  • บัญชี Raw หรือบัญชีสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรด ซึ่งมักจะมีสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า แต่ก็ต้องแลกมากับการเสียค่าธรรมเนียมในการใช้งาน

🐥 Recommend by ไก่ : ซึ่งบางโบรกเกอร์ อาจมีการให้บริการประเภทบัญชีเพียงประเภทเดียวหรือเพียง 2 ประเภทเท่านั้น อาจทำให้ตัวเลือกการเปิดบัญชีของเราน้อยลง แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถเลือกโบรกเกอร์ที่ให้บริการประเภทบัญชีที่หลากหลายและตอบโจทย์กับตัวเทรดเดอร์มากที่สุดครับ

🔻ศึกษาเกี่ยวกับประเภทบัญชี Forex สำหรับเทรดเดอร์ “อ่านเพิ่มเติมที่นี่”

——————–🐣——————–

ดูค่า Spread ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex

🔎 ค่า Spread คือ ค่าธรรมเนียมการเทรดที่เกิดจากส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask) ของสินทรัพย์ที่เราทำการซื้อขาย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่เทรดเดอร์จำเป็นต้องจ่ายให้กับเทรดเดอร์ครับ โดยปกติแล้วค่า Spread จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 

  • ค่า Spread แบบคงที่ : ค่าสเปรดที่จะไม่เปลี่ยนแปลงตามความผันผวนของตลาด
  • ค่า Spread แบบลอยตัว : ค่าสเปรดที่จะเปลี่ยนแปลงตามความผันผวนของตลาด เป็นค่า Spread ที่โบรกเกอร์นิยมใช้กันมากที่สุด

โดยคุณสมบัติของค่า Spread ที่ดี มีดังนี้ครับ

  • ค่า Spread ต้องไม่ถ่างจนเกินไป
  • ค่า Spread เริ่มต้นของสินทรัพย์นั้น ๆ ต้องไม่สูงจนเกินไป
  • ค่า Spread ต้องนิ่ง ไม่วิ่งแรงทั้งในช่วงปกติ หรือในช่วงที่มีข่าวแรง

🐥 Recommend by ไก่ : โดยโบรกเกอร์ที่ให้บริการค่า Spread ที่ต่ำ จะช่วยลดต้นทุนในการเทรดให้กับตัวเทรดเดอร์ และยังช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรที่มากขึ้นของตัวเทรดเดอร์ด้วยเช่นกันครับ

🔻ศึกษาเกี่ยวกับค่า Spread ของโบรกเกอร์ “อ่านเพิ่มเติมที่นี่”

——————–🐣——————–

ดูค่า Swap ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex

🔎 ค่า Swap คือ ค่าธรรมเนียมในรูปแบบของการถือออเดอร์ข้ามคืน โดยการถือออเดอร์แบบข้ามคืนนั้น ไม่ได้หมายความว่า ต้องถือครบ 24 ชั่วโมง จึงจะมีการเก็บค่าธรรมเนียม แต่จะนับตามเวลาปิดของตลาดในแต่ละวัน โดยปกติแล้วจะนับที่เวลา 05.00 น. นั่นจะหมายความว่า หากเทรดเดอร์เปิดสถานะ Buy ในเวลา 04.59 น. เมื่อเวลาเปลี่ยนเป็น 05.00 ก็จะมีการคิดค่า Swap ทันที แม้ว่าจะเปิดออเดอร์เพียง 1 นาทีครับ

🐔 Note จากไก่ : ซึ่งจะมีบางโบรกเกอร์ที่ให้บริการ Free Swap ครับ การเทรดแบบ Free Swap ถือว่าเป็นผลดีต่อตัวเทรดเดอร์เป็นอย่างมาก ลองนึกภาพตามนะครับ

“หากคุณถือออเดอร์คู่เงินหนึ่งไว้และต้องการรอช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการปิดออเดอร์เพื่อทำกำไร แต่ต้องใช้เวลาและรอโอกาสที่ดีที่สุด เมื่อคุณทำการปิดออเดอร์แล้ว หักลบค่าธรรมเนียมและค่า Swap จากการถือออเดอร์ข้ามคืน ผลสุดท้ายกำไรที่ได้นั้นน้อยนิดมาก เนื่องจากต้องเสียให้กับค่าธรรมเนียมในการถือออเดอร์ข้ามคืน” 

จะดีกว่าไหมถ้าคุณเลือกใช้บริการโบรกเกอร์ที่ Free Swap ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับกำไรจากการเทรดได้มากขึ้นและลดต้นทุนจากการเทรดได้ครับ

🔻ศึกษาเกี่ยวกับค่า Swap ของโบรกเกอร์ “อ่านเพิ่มเติมที่นี่”

——————–🐣——————–

ดูค่า Commission ก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex

🔎 ค่า Commission หรือค่าบริการการใช้งานโบรกเกอร์ คือ ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากเทรดเดอร์ครับ โดยปกติจะมีการคิดเมื่อมีการเปิดหรือปิดออเดอร์ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโบรกเกอร์ครับ โดยส่วนใหญ่ค่า Commission จะคิดจากจำนวน Lot ในแต่ละครั้งที่เทรดเดอร์มีการเปิด-ปิดออเดอร์ ซึ่งค่า Commission มีทั้งในรูปแบบของค่าคงที่ เช่น $2 / lot หรือ ในรูปแบบของเปอร์เซ็นต์ เช่น 20% ต่อ Lot 

🐥 Recommend by ไก่ : ซึ่งค่า Commission อาจเป็นอีกหนึ่งค่าธรรมเนียมที่เทรดเดอร์สายทำกำไรระยะสั้นมักจะไม่ชอบครับ เพราะอาจจะทำให้เทรดเดอร์ต้องสูญเสียเงินทุนไปกับค่าธรรมเนียมเหล่านี้ แต่ก็มีบางโบรกเกอร์ที่ให้บริการแบบไม่เก็บค่า Commission เช่นกัน ดังนั้นแล้ว การเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่คิดค่า Commission ถือเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่เทรดเดอร์ควรให้ความสำคัญและไม่ควรมองข้าม

——————–🐣——————–

ตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex 

🔎 ความน่าเชื่อถือ คือ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามครับ ทุกคนเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับ Forex ลูกโซ่ หรือกลโกง Forex บ้างไหมครับ นั่นคือตัวอย่างของการเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งส่งผลต่อเงินทุนของตัวเทรดเดอร์โดยตรง แล้วเราจะเช็กความน่าเชื่อถือได้อย่างไรบ้าง ? หัวข้อนี้มีคำตอบครับ

สิ่งที่เทรดเดอร์สามารถใช้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ที่ง่ายที่สุด คือ การตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ ครับ

ใบอนุญาตโบรกเกอร์ คือ ใบอนุญาตที่ทางโบรกเกอร์ได้รับจากหน่วยงานกำกับดูแลโบรกเกอร์ Forex (Forex Regulation) ซึ่งถือเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานของโบรกเกอร์ หมายความว่า! โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต Forex ถือเป็นโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย โดยใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือและพบได้บ่อยในแวดวงโบรกเกอร์ อาทิเช่น FCA, ASIC, CySEC, NFA, FSC, FSA หรือ FSCA เป็นต้น 

และเราขอแนะนำเว็บไซต์ TrustFinance ที่คอยช่วยให้เทรดเดอร์สามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex ได้ง่าย ๆ และสามารถอ่านรีวิวจากประสบการณ์การใช้งานจริงของเทรดเดอร์รายอื่นได้ 

เว็บไซต์ TrustFinance

——————–🐣——————–

ตรวจสอบแพลตฟอร์มการเทรดก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex  

🔎 แม้ว่า “แพลตฟอร์มการเทรด” อาจจะยังไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก แต่เทรดเดอร์ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ครับ โดยปกติแล้วแพลตฟอร์มการเทรดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในแวดวงเทรดเดอร์ มีดังนี้ครับ

  • MetaTrader 4
  • MetaTrader 5
  • Broker App Trade
  • WebTrade

ซึ่งแต่ละโบรกก็มีการให้บริการแพลตฟอร์มการเทรดที่แตกต่างกันออกไปครับ แล้วการเลือกแพลตฟอร์มการเทรดสำคัญอย่างไร? ลองคิดตามนะครับ

🐥 Recommend by ไก่ : ปกติแล้วคุณเป็นคนใช้โทรศัพท์ iPhone เป็นประจำ แต่วันหนึ่งคุณต้องเปลี่ยนโทรศัพท์เป็น Samsung สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้น คือ ความไม่คุ้นชินครับ เช่นเดียวกันกับแพลตฟอร์มการเทรด หากวันหนึ่งคุณต้องเปลี่ยนแพลตฟอร์มการเทรด ซึ่งอาจส่งผลต่อการเทรดของเทรดเดอร์โดยตรง เนื่องจากแพลตฟอร์มการเทรดแต่ละแบบมีฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกันไปครับ

นอกจากนี้แพลตฟอร์มการเทรดยังมีผลต่อความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย ซึ่งมีความสำคัญต่อเทรดเดอร์เป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหา Slippage และความเสถียรในการส่งคำสั่งซื้อขายได้ครับ

——————–🐣——————–

ตรวจสอบการให้บริการก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex 

🔎 การให้บริการ หรือ Customer Support เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญสำหรับเลือกเปิดบัญชีต่อโบรกเกอร์ครับ ทุกคนลองคิดตามนะครับ หากวันหนึ่งคุณประสบปัญหาในการใช้งานกับโบรกเกอร์ อาทิเช่น พบปัญหาในการฝากเงิน, พบปัญหาเกี่ยวกับการเทรด หรือพบปัญหาในการใช้งานแพลตฟอร์ม แต่ Support ไม่มีการตอบกลับหรือไม่สามารถให้การแก้ไขได้ อาจส่งผลเสียต่อตัวเทรดเดอร์ได้ครับ

🐥 Recommend by ไก่ : ดังนั้นแล้ว เทรดเดอร์ควรทดสอบการให้บริการของโบรกเกอร์ผ่าน Live Chat หรือช่องทางอื่น ๆ แบบเบื้องต้นก่อนครับ โดยอาจจะลองสอบถามข้อมูลผ่าน Support เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี หรือวิธีแก้ปัญหาการฝาก-ถอนเงิน เพื่อดูความเร็วในการให้บริการและการแก้ไขปัญหาครับ

——————–🐣——————–

ตรวจสอบช่องทางการฝากถอนก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex 

🔎 ช่องทางการฝากถอน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามครับ เทรดเดอร์ควรมองหาโบรกเกอร์ที่มีช่องทางการฝากถอนที่หลากหลายและรองรับความต้องการของเทรดเดอร์ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมีค่าธรรมเนียมที่ต้องคำนึงถึง ซึ่งบางโบรกเกอร์ไม่มีการคิดค่าธรรมในการฝากถอนครับ 

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของจำนวนฝาก-ถอนขั้นต่ำและความเร็วในการฝากถอนที่ต้องคำนึงถึงด้วย เพราะจะมีผลต่อสภาพคล่องในการซื้อขายของเทรดเดอร์โดยตรง เช่น หากโบรกเกอร์มีจำนวนในการฝากถอนขั้นต่ำอยู่ที่ $100 และใช้เวลาในการฝาก-ถอนอยู่ที่ 15-30 นาที อาจส่งผลให้เทรดเดอร์พลาดโอกาสในการทำกำไรได้ครับ

5 โบรกเกอร์ Forex ฝากถอนเร็ว

ซึ่งทีมงาน Gotradehere ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโบรกเกอร์ที่ให้การฝาก-ถอนไว ไม่พบปัญหาเรื่องการฝาก-ถอนจำนวน 5 โบรกเกอร์ ไว้ให้เทรดเดอร์เรียบร้อยแล้ว

🔻 แนะนำโบรกเกอร์ Forex ฝาก-ถอนไว อ่านต่อคลิกด้านล่างนี้ได้เลย

——————–🐣——————–

ตรวจสอบโบนัส/โปรโมชั่นก่อนเลือกโบรกเกอร์ Forex 

🔎 สำหรับโปรโมชั่นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เทรดไม่ควรมองข้าม แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ต้องนำมาพิจารณาเป็นอันดับแรกครับ เนื่องจากโบนัสและโปรโมชั่นเปรียบเสมือนการสนับสนุนที่โบรกเกอร์ให้แก่เทรดเดอร์ครับ ซึ่งโบนัสและโปรโมชั่นจะช่วยให้เทรดเดอร์มีต้นทุนในการเทรดมากขึ้นครับ แต่ต้องไม่ลืมที่จะอ่านเงื่อนไขและรายละเอียดการรับโบนัสให้ละเอียดก่อนเสมอครับ

🐔 Note จากไก่ : อย่างที่เราได้บอกไปครับ โปรโมชั่นไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ต้องหยิบมาพิจารณาเป็นอันดับแรกในการเลือกโบรกเกอร์ครับ เนื่องจากโบนัสที่ได้รับส่วนใหญ่จะเป็นโบนัสสำหรับการเทรดเท่านั้น ไม่สามารถถอนออกมาเป็นเงินได้จริง ให้คิดแค่ว่าโบนัสจากทางโบรกเกอร์เป็นเพียง Benefit อย่างหนึ่งที่มาพร้อมความเสี่ยงจากการเทรด และต้องอ่านเงื่อนไขให้ละเอียดถถี่ถ้วนเสมอก่อนรับโบนัสครับ

🔻ศึกษาเกี่ยวกับโปรโมชั่นและโบนัสจากโบรกเกอร์ “อ่านเพิ่มเติมที่นี่”

——————–🐣——————–

สำหรับหัวข้อนี้ เราจะขอแนะนำโบรกเกอร์เทรด Forex ที่มีคุณสมบัติครอบคลุมทั้ง 9 ข้อ ตามที่เราได้แนะนำคุณไป โดยเน้นคุณสมบัติที่น่าสนใจ ให้ความคุ้มค่าและน่าเชื่อถือมากที่สุด ซึ่งเราได้รวบรวมไว้ให้จำนวน 3 โบรกเกอร์ยอดนิยม ณ ตอนนี้ และสรุปออกมาเป็นตารางได้ ดังนี้ครับ

คุณสมบัติโบรกเกอร์โบรกเกอร์ Exnessโบรกเกอร์ IUXโบรกเกอร์ XM
ประเภทบัญชีบัญชี Standard
บัญชี Standard Cent
บัญชี Pro
บัญชี Zero
บัญชี Raw Spread
บัญชี Pro
บัญชี Standard
บัญชี Standard+
บัญชี Raw
บัญชี Micro
บัญชี Standard
บัญชี Ultra Low
บัญชี Shares 
ใบอนุญาตโบรกเกอร์FSA, FSC, FSCA, CySEC, FCA, CMA และ CBCSASIC, SVGFSA, FSCA และ FSC MauritiusFSC และ CySEC
ค่า Spread เริ่มต้น
XAUUSD
EURUSD
USOIL
0.2 pips
1.6 pips
0.9 pips
1.7 pips
0.2 pips
1.4 pips
0.8 pips
1.6 pips
1.6 pips
5.0 pips
1.6 pips
0.3 pips
ค่า Commission
ค่า Swap
แพลตฟอร์มที่รองรับMT4, MT5, Exness App Trade และ Exness TerminalMT5, Web Trade และ IUX App TradeMT5, Web Trade และ XM App Trade
ความเร็วในการ
ฝาก-ถอน
ฝากทันที
ถอน 10-15 นาที
ฝากทันที
ถอน 5-10 นาที
ฝาก 10-15 นาที
ถอนภายใน 1 ชั่วโมง
โบนัสหรือโปรโมชั่น
อ่านรีวิวเพิ่มเติมอ่านรีวิวคลิกอ่านรีวิวคลิกอ่านรีวิวคลิก

หมายเหตุ : ตารางด้านบนนี้เป็นเพียงข้อมูลโดยสรุปเท่านั้น เทรดเดอร์จำเป็นจะต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมให้ละเอียดครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุนครับ ซึ่งเราได้สรุปรีวิวโบรกเกอร์ทั้ง 3 อย่างละเอียดให้เทรดเดอร์ได้ศึกษาเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว

🐥 Recommend by ไก่ : สำหรับใครที่กำลังมองหาโบรกเกอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ มีความน่าเชื่อถือ หรือมีความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ อาทิ เช่น โบรกเกอร์ Forex น่าเชื่อถือ, โบรกเกอร์ Forex มี Free Swap, โบรกเกอร์ Forex มีโบนัส, โบรกเกอร์ Forex สเปรดต่ำ หรือโบรกเกอร์ Forex เทรดทอง เราได้ทำบทความเทรด Forex โบรกไหนดี ? ไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้วครับ คลิกด้านล่างนี้เพื่ออ่านได้เลย

ค่า Spread คืออะไร

ค่า Spread คือ ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากการซื้อขายคู่สกุลเงิน โดยค่า Spread จะคิดจากผลต่างระหว่างราคา Bid และราคา Ask โดยค่า Spread แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ค่า Spread แบบคงที่ และค่า Spread แบบลอยตัวครับ

เทรด Forex คู่ไหนดี

สำหรับคู่เงินหลักที่เทรดเดอร์นิยมเทรดกันจะถูกเรียกว่า Major Currency หรือคู่เงินหลักที่เทรดเดอร์นิยมเทรดครับ ซึ่งคู่เงินหลักถือว่ามีสภาพคล่องในการซื้อขายสูงที่สุด และช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาได้ครับ โดยคู่เงิน Forex ที่นิยม มีดังนี้ครับ

  • EUR/USD : ยูโร / ดอลลาร์สหรัฐ
  • USD/JPY : ดอลลาร์สหรัฐ / เยน
  • GBP/USD : ปอนด์ / ดอลลาร์สหรัฐ
  • USD/CHF : ดอลลาร์สหรัฐ / ฟรังก์สวิส
  • USD/CAD : ดอลลาร์สหรัฐ / ดอลลาร์แคนาดา
  • AUD/USD : ดอลลาร์ออสเตรเลีย / ดอลลาร์สหรัฐ
  • NZD/USD : ดอลลาร์นิวซีแลนด์ / ดอลลาร์สหรัฐ

เทรด Forex โบรกไหนดี

เทรด Forex โบรกไหนดีที่ทีมงาน Gotradehere อยากแนะนำสำหรับเทรดเดอร์มีด้วยกัน 3 โบรกเกอร์ ได้แก่

  • โบรกเกอร์ IUX : โดดเด่นเรื่องค่า Spread ต่ำ, ไม่มีค่าธรรมเนียม และมีการส่งคำสั่งซื้อขายที่รวดเร็ว
  • โบรกเกอร์ Exness : ให้จำนวน Leverage ที่สูง
  • โบรกเกอร์ XM : มีโบนัสรองรับ จำนวนฝากขั้นต่ำน้อยมาก

แต่อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดและข้อมูลโบรกเกอร์ให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากทุกการลงทุนมีความเสี่ยง

——————–🐣——————–

การเลือกโบรกเกอร์ Forex ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเทรดและเป็นก้าวแรกที่สำคัญครับ นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงและยังช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้กับเทรดเดอร์ด้วยเช่นกัน โดยคุณสมบัติหลักที่เทรดเดอร์ควรคำนึงและพิจารณาก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี มีดังนี้ครับ

  • ตรวจสอบ “ประเภทบัญชี”
  • ตรวจสอบ “ค่า Spread”
  • ตรวจสอบ “ค่า Swap”
  • ตรวจสอบ “ค่า Commission”
  • ตรวจสอบ “ความน่าเชื่อถือ”
  • ตรวจสอบ “แพลตฟอร์มการเทรด”
  • ตรวจสอบ “การให้บริการ”
  • ตรวจสอบ “ช่องทางการฝาก-ถอน”
  • ตรวจสอบ “โบนัส/โปรโมชั่น”

สุดท้ายนี้ นอกจากการเลือกโบรกเกอร์แล้ว เทรดเดอร์จะต้องไม่ลืมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ฝึกฝนและสะสมประสบการณ์ด้านการเทรด เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน และจะต้องไม่ลืมที่จะบริหารและจัดการความเสี่ยงในการลงทุนทุกครั้ง


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม: News

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5
IUX
5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –