Indicator คือ เครื่องมือคู่ใจเทรดเดอร์หลายคน หากสามารถใช้งาน Indicator ได้หลากหลายย่อมเป็นผลดีกับตัวเทรดเดอร์อย่างแน่นอน ดังนั้นแล้ว ทีมงาน Gotradehere ขอแนะนำคู่มือการใช้งาน Indicator สำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ ในบทความนี้เราได้รวบรวมคู่มือการใช้งาน Indicator ที่ดีและจำเป็นกับเทรดเดอร์ไว้ในบทความนี้เรียบร้อยแล้วครับ
——————–🐣——————–
Indicator หรือ อินดิเคเตอร์ คืออะไร ?
Indicator หรือ อินดิเคเตอร์ คือ เครื่องมือที่เทรดเดอร์ใช้วิเคราะห์ทางเทคนิคเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของกราฟราคา เพื่อใช้ในการคาดการณ์หรือวิเคราะห์ทิศทางราคาในอนาคต โดย Indicator จะนำเอาตัวเลขบนกราฟราคา เช่น ราคาเปิด, ราคาปิด, ราคาต่ำสุด, ราคาสูงสุด, ปริมาณการซื้อขาย หรือแม้แต่จำนวนวัน มาใช้ในการคำนวณแล้วแสดงผลออกมาในรูปแบบของกราฟเส้นครับ
ประเภทของ Indicator ที่นิยมใช้มีอะไรบ้าง ?
Trend Indicators | เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ในการบอกแนวโน้มและทิศทางการเคลื่อนที่ของกราฟราคา |
Volume Indicators | เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ในการบอกปริมาณการซื้อขายในตลาด |
Volatility Indicators | เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้บอกความผันผวนของราคาในตลาด |
Momentum Indicators | เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ในการบอกการแกว่งตัวของราคาในตลาด ณ ช่วงเวลานั้น ๆ |
อินดิเคเตอร์ (Indicator) ช่วยบอกอะไรกับเทรดเดอร์บ้าง
อินดิเคเตอร์ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด
เนื่องจาก Indicator บางประเภทสามารถบอกแนวโน้มทิศทางราคาได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและตลาดขาลง ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนการเทรดได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างอินดิเคเตอร์ที่ช่วยบอกแนวโน้มทิศทางราคา ที่เทรดเดอร์นิยมใช้ ได้แก่ Moving Average, MACD, และ Ichimoku เป็นต้นครับ
อินดิเคเตอร์ช่วยบอกจุดสิ้นสุดแนวโน้มราคาหรือจุดกลับตัวของราคา
Indicator บางประเภท สามารถบอกจุดที่ราคาอาจมีโอกาสกลับตัวหรือสิ้นสุดแนวโน้มราคา ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนเพื่อหาจุดเข้าซื้อ-จุดขาย เพื่อทำกำไรจากการกลับตัวของราคาได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้กับคำสั่งในแพลตฟอร์มการเทรด เช่น Pending Order, Stop Loss หรือ Take Profit เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและเป็นการบริหารความเสี่ยงจากการเทรด ยกตัวอย่างอินดิเคเตอร์ที่ช่วยบอกแนวโน้มทิศทางราคา ที่เทรดเดอร์นิยมใช้ ได้แก่ RSI, Bollinger Bands และ Stochastic Oscillator เป็นต้นครับ
อินดิเคเตอร์ช่วยบอกจุดเข้าซื้อ-จุดขายที่ดีที่สุดให้กับเทรดเดอร์
Indicator สามารถบอกเทรนด์และแนวโน้มทิศทางราคาของตลาดรวมไปถึงจุดสิ้นสุดหรือโอกาสการกลับตัวของราคาได้ ทำให้เทรดเดอร์สามารถนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการวิเคราะห์หาจุดเข้าซื้อหรือจุดขายที่ดีที่สุดในการทำกำไรได้แม่นยำและเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นครับ
⛔️ แต่อย่างไรก็ตาม Indicator ไม่ใช่เครื่องมือที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถยืนยันการทำกำไรจากการเทรดได้ 100% แต่เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์กราฟราคาของตัวเทรดเดอร์ให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้วเทรดเดอร์ควรศึกษาปัจจัยภายนอกอื่น ๆ เช่น ข่าวเศรษฐกิจ, ข่าวการเมือง หรือ ตัวเลขดัชนีต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการเทรดและการใช้ Indicator วิเคราะห์ เพื่อลดความเสี่ยงและช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้ดียิ่งขึ้นครับ
——————–🐣——————–
ทำไมเทรดเดอร์ควรใช้ Indicator ควบคู่ไปกับการเทรด
Indicator ถือเป็นตัวช่วยของเทรดเดอร์ในการวิเคราะห์กราฟราคา เนื่องจากเทรดเดอร์ไม่สามารถวิเคราะห์ด้วยกราฟราคาเพียงอย่างเดียวได้เพราะในตลาด Forex ถือว่ามีความผันผวนของราคาที่สูงมาก ดังนั้นแล้วต้องอาศัยเครื่องมือทางเทคนิคอย่าง Indicator เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และคำนวณแนวโน้มของกราฟราคาแล้วแสดงผลออกมาในรูปแบบของเส้นกราฟที่ดูง่าย ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์กราฟราคา, คาดการณ์แนวโน้ม, หรือระบุจุดกลับตัวของราคาได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ Indicator ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากเทรดเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการเทรดได้เช่นกันครับ
สารบัญคู่มือ Indicator ที่นิยมใช้สำหรับเทรดเดอร์ ปี 2025
สำหรับวิธีการใช้และการอ่านค่า Indicator รวมถึงเทคนิคการใช้งานที่เทรดเดอร์ควรรู้ เราได้รวบรวมสารบัญ Indicator ทั้งหมดไว้ในหัวข้อนี้ให้กับทุกคนเรียบร้อยแล้วครับ สามารถคลิกที่หัวข้อเพื่ออ่านคู่มือการใช้ Indicator ได้เลยครับ
🐔 Moving Average (MA)
🐔 Relative Strength Index (RSI)
🐔 Bollinger Bands (BB)
🐔 Stochastic Oscillator
🐔 MACD (Moving Average Convergence Divergence)
🐔 Parabolic Sar
🐔 Pivot Point
🐔 CCI (Commodity Channel Index)
🐔 Fibonacci Indicator
🐔 Ichimoku Indicator
——————–🐣——————–
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Moving Average (MA)

Moving Average (MA) คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Trend Indicators ใช้บอกแนวโน้มและทิศทางการเคลื่อนที่ของราคา โดยนำตัวเลขของราคาในอดีตมาคำนวณค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาที่กำหนดจากนั้นแสดงออกมาในรูปแบบของเส้นกราฟบนกราฟราคา โดย Moving Average ประกอบไปด้วย 2 ประเภทหลักที่นิยมใช้ดังนี้ครับ
- Simple Moving Average (SMA)
- Exponential Moving Average (EMA)
อินดิเคเตอร์ Moving Average (MA) ช่วยอะไรบ้าง ?
- Moving Average สามารถใช้ระบุแนวโน้มของทิศทางราคาได้
- Moving Average สามารถใช้สร้างเส้นแนวรับ-แนวต้านให้กับตัวเทรดเดอร์เองได้
- Moving Average ช่วยระบุจุดเข้าซื้อ-จุดขายผ่านการตัดกันของเส้น Period
——————–🐣——————–
อินดิเคเตอร์ (Indicator) RSI
Relative Strength Index หรือ RSI คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Momentum ที่วัดความแข็งแกร่งของราคา โดยอาศัยการคำนวณจากตัวเลขของราคาปิด 14 วันย้อนหลัง แล้วแสดงผลออกมาในรูปแบบของกราฟตัวเลขตั้งแต่ 0-100 ซึ่ง RSI ยังช่วยบอกสภาวะของ Overbought & Oversold ในตลาด ณ ช่วงเวลานั้นเช่นกัน โดยมีหลักการอ่านจากค่ากราฟดังนี้ครับ
- หาก RSI < 30 แสดงว่า เกิดสภาวะขายมากเกินไป หรือ “Oversold”
- หาก RSI > 70 แสดงว่า เกิดสภาวะซื้อเกินไป หรือ “Overbought”
อินดิเคเตอร์ (Indicator) RSI ช่วยอะไรบ้าง ?
- Relative Strength Index (RSI) ช่วยระบุจุดซื้อ-ขายให้แก่ตัวเทรดเดอร์
- Relative Strength Index (RSI) ช่วยระบุการเกิดสัญญาณการกลับตัวของราคาและการเกิด Divergence
- Relative Strength Index (RSI) ช่วยบอกแนวโน้มทิศทางราคาผ่านสภาวะการซื้อขายในตลาด
💡 นอกจากนี้ Relative Strength Index (RSI) ถือเป็นอีกหนึ่งอินดิเคเตอร์ที่ได้รับการแนะนำจาก ChatGPT เหมาะสำหรับใช้วิเคราะห์ทางเทคนิคครับ
——————–🐣——————–
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Bollinger Bands
Bollinger Bands (BB) คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Volatility Indicators ใช้สำหรับการวิเคราะห์ความผันผวนของทิศทางราคา โดย Bollinger Bands มีพื้นฐานมาจาก Moving Average ซึ่งจะคำนวณจากตัวเลขของเส้น MA และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ทำให้ Bollinger Bands สามารถระบุเทรนด์ของตลาด ณ เวลานั้น, ระบุแนวโน้มทิศทางราคา, ความผันผวนของราคา หรือการเกิดสัญญาณต่าง ๆ เป็นต้น
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Bollinger Bands (BB) ช่วยอะไรบ้าง ?
- Bollinger Bands (BB) ช่วยระบุเทรนด์ของตลาด ณ ช่วงเวลานั้น ว่าเป็น Up Trend, Down Trend หรือ Sideway
- Bollinger Bands (BB) ใช้สร้างเส้นแนวรับ-แนวต้านให้ตัวเทรดเดอร์ได้
- Bollinger Bands (BB) ช่วยระบุจุดเข้าซื้อ-จุดขายที่ดีที่สุด
- Bollinger Bands (BB) ช่วยบอกแนวโน้มของทิศทางราคาได้
- Bollinger Bands (BB) ช่วยบอกความผันผวนของราคา ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินความเสี่ยงได้
——————–🐣——————–
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Stochastic Oscillator
Stochastic Oscillator คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Momentum ใช้ระบุการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์จากการแกว่งตัวของราคา ณ ช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยคำนวณจากราคาสูงสุดและต่ำสุด ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ RSI เป็นอย่างมาก แต่มีจุดที่แตกต่าง คือ การนำเอาข้อมูลมาคำนวณและการแสดงผลของกราฟที่แตกต่างกันครับ
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Stochastic Oscillator ช่วยอะไรบ้าง ?
- Stochastic Oscillator ช่วยบอกแนวโน้มทิศทางราคา
- Stochastic Oscillator ช่วยบอกการเกิดสัญญาณการกลับตัวของราคาและการเกิด Divergence
- Stochastic Oscillator ช่วยระบุจุดซื้อ-ขายที่ดีที่สุดให้กับเทรดเดอร์
——————–🐣——————–
อินดิเคเตอร์ (Indicator) MACD
MACD หรือ Moving Average Convergence Divergence คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Momentum ใช้สำหรับวัดการแกว่งตัวของราคาและทิศทางของแนวโน้มราคา เหมาะสำหรับการใช้ในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มหรือทิศทางที่ชัดเจนและการเทรดแบบ Day Trade
อินดิเคเตอร์ (Indicator) MACD ช่วยอะไรบ้าง ?
- MACD ช่วยระบุสัญญาณการซื้อ-ขายให้กับตัวเทรดเดอร์
- MACD ช่วยระบุสัญญาณของการเกิด Divergence
- MACD ช่วยบอกแนวโน้มของทิศทางราคาและเทรนด์ราคาได้
——————–🐣——————–
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Parabolic Sar
Parabolic Sar คือ อินดิเคเตอร์ที่แสดงผลออกมาในรูปแบบของจุดไข่ปลา โดยความถี่ของจุดไข่ปลาที่แสดงออกมาจะบ่งบอกถึงความผันผวนของตลาด ณ ช่วงเวลานั้น นอกจากนี้ ทิศทางของไข่ปลายังช่วยบอกแนวโน้มทิศทางราคาได้เช่นกันครับ
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Parabolic Sar ช่วยอะไรบ้าง ?
- Parabolic Sar สามารถบอกแนวโน้มของราคาได้
- Parabolic Sar สามารถดูได้ว่า แนวโน้มราคา ณ ตอนนั้นฝั่งใดมีโอกาสชนะสูง
- Parabolic Sar สามารถดูความผันผวนของราคาได้โดยความถี่ของจุดไข่ปลา
——————–🐣——————–
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Pivot Point
Pivot Point คือ อินดิเคเตอร์สำหรับระบุแนวรับ-แนวต้านแบบอัตโนมัติ ซึ่งมีความสำคัญสำหรับการเทรด Forex เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ตัว Pivot Point ยังสามารถวัดระดับความแข็งแกร่งของราคาจากการสังเกตเส้นระดับ Pivot Point ซึ่งสามารถคาดการณ์แนวโน้มทิศทางราคาได้
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Pivot Point ช่วยอะไรบ้าง ?
- Pivot Point ช่วยระบุเส้นแนวรับ-แนวต้าน 3 ระดับ
- Pivot Point ช่วยวัดระดับความแข็งแกร่งของราคาและแนวโน้มทิศทางราคา
- Pivot Point ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถประยุกต์ใช้กับ Stop Loss และ Take Profit ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
——————–🐣——————–
อินดิเคเตอร์ (Indicator) CCI
CCI หรือ Commodity Channel Index คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Momentum ที่ใช้สำหรับวัดระดับความแข็งแกร่งของราคาสินทรัพย์ ซึ่งจะช่วยให้เทรดเดอร์วิเคราะห์แนวโน้มการกลับตัวของราคาแล้วระบุจุดสำหรับเข้าซื้อ-ขายได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
อินดิเคเตอร์ (Indicator) CCI ช่วยอะไรบ้าง ?
- CCI ช่วยระบุภาวะ Overbought และ Oversold และระบุจุดกลับตัวของราคา
- CCI ใช้เพื่อบอกสัญญาณซื้อขาย
- CCI ใช้เพื่อบอกแนวโน้มทิศทางราคาสินทรัพย์
——————–🐣——————–
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Fibonacci Indicator
Fibonacci Indicator คือ อินดิเคเตอร์ที่ใช้สำหรับระบุจุดพักตัวของราคา รวมไปถึงจุดสำหรับทำกำไรและจุดหยุดขาดทุนได้ ซึ่ง Fibonacci มีด้วยกันหลายประเภท โดยประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Fibonacci Retracement ครับ
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Fibonacci Indicator ช่วยอะไรบ้าง ?
- Fibonacci Indicator ช่วยระบุแนวรับและแนวต้าน
- Fibonacci Indicator ช่วยระบุจุดกลับตัวของราคาที่อาจเกิดขึ้น
——————–🐣——————–
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Ichimoku
Ichimoku Indicator คือ อินดิเคเตอร์ที่ถูกพัฒนาโดยชาวญี่ปุ่นในช่วงปี 1930 ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ง่ายจนได้รับฉายาว่า “อินดิเคเตอร์แม่บ้าน” เพราะแม้แต่แม่บ้านก็ยังสามารถทำกำไรได้ โดย Ichimoku สามารถใช้วัดความแข็งแรงของแนวโน้มราคา ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในช่วง Uptrend และ Downtrend ครับ
อินดิเคเตอร์ (Indicator) Ichimoku ช่วยอะไรบ้าง ?
- Ichimoku ช่วยบอกจุดเข้าซื้อ-จุดขาย
- Ichimoku ช่วยบอกความผันผวนของราคาได้จากขนาดของเมฆ
- Ichimoku ช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์ทิศทางราคาได้ในตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจน
——————–🐣——————–
สรุปข้อดี-ข้อเสียของการใช้อินดิเคเตอร์ (Indicator)
ข้อดีของการใช้อินดิเคเตอร์ (Indicator)
- ช่วยระบุแนวโน้มทิศทางราคา
- ระบุจุดซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
- ยืนยันการเกิดสัญญาณการกลับตัวของราคา
- ระบุความผันผวนของราคาในตลาด
- ช่วยในการตัดสินใจเข้าเทรดจากข้อมูลที่อินดิเคเตอร์แสดงผล
- ช่วยลดความเสี่ยงจากการเทรด
ข้อเสียของการใช้อินดิเคเตอร์ (Indicator)
- Indicator ไม่ใช่เครื่องมือที่การันตีทำกำไรได้ 100%
- Indicator อาจทำให้เกิดสัญญาณหลอก ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงจากการเทรดได้
- บางประเภทให้สัญญาณช้า ทำให้พลาดโอกาสในการทำกำไร
วิธีเลือกใช้อินดิเคเตอร์ (Indicator) ให้เหมาะกับตนเอง
พิจารณาจากสไตล์การเทรดของตนเอง
- หากเป็นเทรดเดอร์ที่เน้นเทรดระยะสั้นแนะนำให้ใช้ Indicator ที่ให้สัญญาณเร็ว
- หากเป็นเทรดเดอร์ที่เน้นเทรดระยะกลางแนะนำให้ใช้ Indicator ที่ให้สัญญาณชัดเจน
- หากเป็นเทรดเดอร์ที่เน้นเทรดระยะยาวแนะนำให้ใช้ Indicator ที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มโดยตรง
เข้าใจความเป็น Indicator แต่ละชนิดให้ละเอียดและครอบคลุมมากที่สุด
เทรดเดอร์ควรทำความเข้าใจ Indicator แต่ละชนิดให้ครบถ้วนในทุก ๆ เรื่อง เพื่อให้การใช้งาน Indicator ตอบโจทย์กับการเทรดและถูกวัตถุประสงค์ของ Indicator แต่ละประเภท หากมีการเลือกใช้ที่ผิดวัตุประสงค์หรือเลือกใช้ไม่ตรงกับความสามารถของ Indicator เองอาจส่งผลเสียแก่ตัวเทรดเดอร์ได้ครับ
ไม่ควรเลือกใช้ Indicator เยอะเกินความจำเป็น
ไม่ควรเลือกใช้ Indicator ที่มากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดความสับสนในเชิงเทคนิคและการใช้งาน หากเป็นเทรดเดอร์มือใหม่แนะนำให้เริ่มจาก 1-2 ชนิดที่สามารถใช้งานควบคู่กันได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์เชิงเทคนิคที่ตรงจุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถนัดของเทรดเดอร์แต่ละคนด้วยเช่นกันครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอินดิเคเตอร์ (Indicator)
Indicator ที่แม่นยำที่สุดคืออะไร
ในปัจจุบันยังไม่มี Indicator ประเภทใดที่มีความแม่นยำมากที่สุดครับ Indicator ทุกชนิดมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อราคาสินทรัพย์จนทำให้เกิดความผันผวนของราคาขึ้น จึงยากที่ Indicator จะสามารถคำนวณและแสดงผลออกมาได้แม่นยำ 100% ดังนั้นแล้วเทรดเดอร์ควรศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการใช้ Indicator ในการเทรดเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นครับ
Indicator พื้นฐานที่เทรดเดอร์นิยมใช้มีอะไรบ้าง
สำหรับ Indicator พื้นฐานที่เทรดเดอร์นิยมใช้และใช้งานง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่มีดังนี้ครับ
- Moving Average
- Relative Strength Index (RSI)
- Bollinger Bands
- Stochastic Oscillator
- MACD (Moving Average Convergence Divergence)
EMA ย่อมาจากอะไร
EMA ย่อมาจาก Exponential Moving Average (EMA) เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Trend ที่ใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางราคาโดย EMA จะคำนวณจากราคาปิดในแต่ละวันนำมาหาค่าเฉลี่ยและสร้างเป็นเส้นกราฟควบคู่กับกราฟราคาครับ
สรุปเกี่ยวกับอินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้
Indicator คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์กราฟของราคาในตลาดสินทรัพย์ต่าง ๆ การนำมาประยุกต์และใช้ควบคู่กับการเทรดถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้แก่ตัวเทรดเดอร์ และยังช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนของราคาได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่า Indicator จะสามารถช่วยให้เทรดเดอร์วิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางราคาได้ง่ายขึ้น แต่ Indicator ก็สามารถทำให้เกิดสัญญาณหลอกหรือสัญญาณล่าช้าได้เช่นกัน ซึ่งเป็นจุดที่จะต้องพึงระวังเป็นอย่างมาก และในบทความนี้ เราได้รวบรวมอินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้สำหรับเทรดเดอร์ ดังนี้ครับ
- Moving Average (MA)
- Relative Strength Index (RSI)
- Bollinger Bands (BB)
- Stochastic Oscillator
- MACD (Moving Average Convergence Divergence)
- Parabolic Sar
- Pivot Point
- CCI (Commodity Channel Index)
- Fibonacci Indicator
- Ichimoku Indicator
ดังนั้นแล้วทีมงาน Gotradehere หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเทรดเดอร์จะต้องไม่ลืมศึกษาปัจจัยอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการเทรดและการใช้ Indicator เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการเกิดสัญญาณหลอกหรือปัจจัยภายนอกอื่น ๆ และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์หลายท่านต้องการมากที่สุดครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge
อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม: News