Table of Contents
Table of Contents

Indicator คืออะไร? แนะนำ 10 Indicator ที่นิยมใช้ปี 2025

คู่มืออินดิเคเตอร์ (Indicator) Forex ยอดนิยม

Indicator คือ เครื่องมือคู่ใจเทรดเดอร์หลายคน หากสามารถใช้งาน Indicator ได้หลากหลายย่อมเป็นผลดีกับตัวเทรดเดอร์อย่างแน่นอน ดังนั้นแล้ว ทีมงาน Gotradehere ขอแนะนำคู่มือการใช้งาน Indicator สำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ ในบทความนี้เราได้รวบรวมคู่มือการใช้งาน Indicator ที่ดีและจำเป็นกับเทรดเดอร์ไว้ในบทความนี้เรียบร้อยแล้วครับ 

——————–🐣——————–

Indicator หรือ อินดิเคเตอร์ คืออะไร ?

Indicator หรือ อินดิเคเตอร์ คือ เครื่องมือที่เทรดเดอร์ใช้วิเคราะห์ทางเทคนิคเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของกราฟราคา เพื่อใช้ในการคาดการณ์หรือวิเคราะห์ทิศทางราคาในอนาคต โดย Indicator จะนำเอาตัวเลขบนกราฟราคา เช่น ราคาเปิด, ราคาปิด, ราคาต่ำสุด, ราคาสูงสุด, ปริมาณการซื้อขาย หรือแม้แต่จำนวนวัน มาใช้ในการคำนวณแล้วแสดงผลออกมาในรูปแบบของกราฟเส้นครับ

ประเภทของ Indicator ที่นิยมใช้มีอะไรบ้าง ?

Trend Indicatorsเป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ในการบอกแนวโน้มและทิศทางการเคลื่อนที่ของกราฟราคา
Volume Indicatorsเป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ในการบอกปริมาณการซื้อขายในตลาด
Volatility Indicators เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้บอกความผันผวนของราคาในตลาด
Momentum Indicators เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ในการบอกการแกว่งตัวของราคาในตลาด ณ ช่วงเวลานั้น ๆ

อินดิเคเตอร์ (Indicator) ช่วยบอกอะไรกับเทรดเดอร์บ้าง

อินดิเคเตอร์ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด

เนื่องจาก Indicator บางประเภทสามารถบอกแนวโน้มทิศทางราคาได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและตลาดขาลง ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนการเทรดได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างอินดิเคเตอร์ที่ช่วยบอกแนวโน้มทิศทางราคา ที่เทรดเดอร์นิยมใช้ ได้แก่ Moving Average, MACD, และ Ichimoku เป็นต้นครับ

อินดิเคเตอร์ช่วยบอกจุดสิ้นสุดแนวโน้มราคาหรือจุดกลับตัวของราคา

Indicator บางประเภท สามารถบอกจุดที่ราคาอาจมีโอกาสกลับตัวหรือสิ้นสุดแนวโน้มราคา ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนเพื่อหาจุดเข้าซื้อ-จุดขาย เพื่อทำกำไรจากการกลับตัวของราคาได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้กับคำสั่งในแพลตฟอร์มการเทรด เช่น Pending Order, Stop Loss หรือ Take Profit เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและเป็นการบริหารความเสี่ยงจากการเทรด ยกตัวอย่างอินดิเคเตอร์ที่ช่วยบอกแนวโน้มทิศทางราคา ที่เทรดเดอร์นิยมใช้ ได้แก่ RSI, Bollinger Bands และ Stochastic Oscillator เป็นต้นครับ

อินดิเคเตอร์ช่วยบอกจุดเข้าซื้อ-จุดขายที่ดีที่สุดให้กับเทรดเดอร์

Indicator สามารถบอกเทรนด์และแนวโน้มทิศทางราคาของตลาดรวมไปถึงจุดสิ้นสุดหรือโอกาสการกลับตัวของราคาได้ ทำให้เทรดเดอร์สามารถนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการวิเคราะห์หาจุดเข้าซื้อหรือจุดขายที่ดีที่สุดในการทำกำไรได้แม่นยำและเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นครับ

⛔️ แต่อย่างไรก็ตาม Indicator ไม่ใช่เครื่องมือที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถยืนยันการทำกำไรจากการเทรดได้ 100% แต่เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์กราฟราคาของตัวเทรดเดอร์ให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้วเทรดเดอร์ควรศึกษาปัจจัยภายนอกอื่น ๆ เช่น ข่าวเศรษฐกิจ, ข่าวการเมือง หรือ ตัวเลขดัชนีต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการเทรดและการใช้ Indicator วิเคราะห์ เพื่อลดความเสี่ยงและช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้ดียิ่งขึ้นครับ

——————–🐣——————–

ทำไมเทรดเดอร์ควรใช้ Indicator ควบคู่ไปกับการเทรด

Indicator ถือเป็นตัวช่วยของเทรดเดอร์ในการวิเคราะห์กราฟราคา เนื่องจากเทรดเดอร์ไม่สามารถวิเคราะห์ด้วยกราฟราคาเพียงอย่างเดียวได้เพราะในตลาด Forex ถือว่ามีความผันผวนของราคาที่สูงมาก ดังนั้นแล้วต้องอาศัยเครื่องมือทางเทคนิคอย่าง Indicator เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และคำนวณแนวโน้มของกราฟราคาแล้วแสดงผลออกมาในรูปแบบของเส้นกราฟที่ดูง่าย ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์กราฟราคา, คาดการณ์แนวโน้ม, หรือระบุจุดกลับตัวของราคาได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ Indicator ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากเทรดเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการเทรดได้เช่นกันครับ

สารบัญคู่มือ Indicator ที่นิยมใช้สำหรับเทรดเดอร์ ปี 2025 

สำหรับวิธีการใช้และการอ่านค่า Indicator รวมถึงเทคนิคการใช้งานที่เทรดเดอร์ควรรู้ เราได้รวบรวมสารบัญ Indicator ทั้งหมดไว้ในหัวข้อนี้ให้กับทุกคนเรียบร้อยแล้วครับ สามารถคลิกที่หัวข้อเพื่ออ่านคู่มือการใช้ Indicator ได้เลยครับ

🐔 Moving Average (MA)
🐔 Relative Strength Index (RSI)
🐔 Bollinger Bands (BB)
🐔 Stochastic Oscillator
🐔 MACD (Moving Average Convergence Divergence)
🐔 Parabolic Sar 
🐔 Pivot Point 
🐔 CCI (Commodity Channel Index)
🐔 Fibonacci Indicator
🐔 Ichimoku Indicator

——————–🐣——————–

อินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้ Moving Average (MA)

Moving Average (MA) คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Trend Indicators ใช้บอกแนวโน้มและทิศทางการเคลื่อนที่ของราคา โดยนำตัวเลขของราคาในอดีตมาคำนวณค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาที่กำหนดจากนั้นแสดงออกมาในรูปแบบของเส้นกราฟบนกราฟราคา โดย Moving Average ประกอบไปด้วย 2 ประเภทหลักที่นิยมใช้ดังนี้ครับ

  • Simple Moving Average (SMA)
  • Exponential Moving Average (EMA)

อินดิเคเตอร์ Moving Average (MA) ช่วยอะไรบ้าง ?

  • Moving Average สามารถใช้ระบุแนวโน้มของทิศทางราคาได้
  • Moving Average สามารถใช้สร้างเส้นแนวรับ-แนวต้านให้กับตัวเทรดเดอร์เองได้
  • Moving Average ช่วยระบุจุดเข้าซื้อ-จุดขายผ่านการตัดกันของเส้น Period

——————–🐣——————–

อินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้ RSI

Relative Strength Index หรือ RSI คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Momentum ที่วัดความแข็งแกร่งของราคา โดยอาศัยการคำนวณจากตัวเลขของราคาปิด 14 วันย้อนหลัง แล้วแสดงผลออกมาในรูปแบบของกราฟตัวเลขตั้งแต่ 0-100 ซึ่ง RSI ยังช่วยบอกสภาวะของ Overbought & Oversold ในตลาด ณ ช่วงเวลานั้นเช่นกัน โดยมีหลักการอ่านจากค่ากราฟดังนี้ครับ

  • หาก RSI < 30 แสดงว่า เกิดสภาวะขายมากเกินไป หรือ “Oversold”
  • หาก RSI > 70 แสดงว่า เกิดสภาวะซื้อเกินไป หรือ “Overbought”

อินดิเคเตอร์ (Indicator) RSI ช่วยอะไรบ้าง ?

  • Relative Strength Index (RSI) ช่วยระบุจุดซื้อ-ขายให้แก่ตัวเทรดเดอร์
  • Relative Strength Index (RSI) ช่วยระบุการเกิดสัญญาณการกลับตัวของราคาและการเกิด Divergence
  • Relative Strength Index (RSI) ช่วยบอกแนวโน้มทิศทางราคาผ่านสภาวะการซื้อขายในตลาด

💡 นอกจากนี้ Relative Strength Index (RSI) ถือเป็นอีกหนึ่งอินดิเคเตอร์ที่ได้รับการแนะนำจาก ChatGPT เหมาะสำหรับใช้วิเคราะห์ทางเทคนิคครับ

——————–🐣——————–

อินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้ Bollinger Bands

Bollinger Bands (BB) คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Volatility Indicators ใช้สำหรับการวิเคราะห์ความผันผวนของทิศทางราคา โดย Bollinger Bands มีพื้นฐานมาจาก Moving Average ซึ่งจะคำนวณจากตัวเลขของเส้น MA และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ทำให้ Bollinger Bands สามารถระบุเทรนด์ของตลาด ณ เวลานั้น, ระบุแนวโน้มทิศทางราคา, ความผันผวนของราคา หรือการเกิดสัญญาณต่าง ๆ เป็นต้น

อินดิเคเตอร์ (Indicator) Bollinger Bands (BB) ช่วยอะไรบ้าง ?

  • Bollinger Bands (BB) ช่วยระบุเทรนด์ของตลาด ณ ช่วงเวลานั้น ว่าเป็น Up Trend, Down Trend หรือ Sideway
  • Bollinger Bands (BB) ใช้สร้างเส้นแนวรับ-แนวต้านให้ตัวเทรดเดอร์ได้
  • Bollinger Bands (BB) ช่วยระบุจุดเข้าซื้อ-จุดขายที่ดีที่สุด
  • Bollinger Bands (BB) ช่วยบอกแนวโน้มของทิศทางราคาได้
  • Bollinger Bands (BB) ช่วยบอกความผันผวนของราคา ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินความเสี่ยงได้

——————–🐣——————–

อินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้ Stochastic Oscillator

Stochastic Oscillator คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Momentum ใช้ระบุการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์จากการแกว่งตัวของราคา ณ ช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยคำนวณจากราคาสูงสุดและต่ำสุด ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ RSI เป็นอย่างมาก แต่มีจุดที่แตกต่าง คือ การนำเอาข้อมูลมาคำนวณและการแสดงผลของกราฟที่แตกต่างกันครับ

อินดิเคเตอร์ (Indicator) Stochastic Oscillator ช่วยอะไรบ้าง ?

  • Stochastic Oscillator ช่วยบอกแนวโน้มทิศทางราคา
  • Stochastic Oscillator ช่วยบอกการเกิดสัญญาณการกลับตัวของราคาและการเกิด Divergence
  • Stochastic Oscillator ช่วยระบุจุดซื้อ-ขายที่ดีที่สุดให้กับเทรดเดอร์

——————–🐣——————–

อินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้ MACD

MACD หรือ Moving Average Convergence Divergence คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Momentum ใช้สำหรับวัดการแกว่งตัวของราคาและทิศทางของแนวโน้มราคา เหมาะสำหรับการใช้ในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มหรือทิศทางที่ชัดเจนและการเทรดแบบ Day Trade

อินดิเคเตอร์ (Indicator) MACD ช่วยอะไรบ้าง ?

  • MACD ช่วยระบุสัญญาณการซื้อ-ขายให้กับตัวเทรดเดอร์
  • MACD ช่วยระบุสัญญาณของการเกิด Divergence
  • MACD ช่วยบอกแนวโน้มของทิศทางราคาและเทรนด์ราคาได้

——————–🐣——————–

อินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้ Parabolic Sar

Parabolic Sar คือ อินดิเคเตอร์ที่แสดงผลออกมาในรูปแบบของจุดไข่ปลา โดยความถี่ของจุดไข่ปลาที่แสดงออกมาจะบ่งบอกถึงความผันผวนของตลาด ณ ช่วงเวลานั้น นอกจากนี้ ทิศทางของไข่ปลายังช่วยบอกแนวโน้มทิศทางราคาได้เช่นกันครับ

อินดิเคเตอร์ (Indicator) Parabolic Sar ช่วยอะไรบ้าง ?

  • Parabolic Sar สามารถบอกแนวโน้มของราคาได้
  • Parabolic Sar สามารถดูได้ว่า แนวโน้มราคา ณ ตอนนั้นฝั่งใดมีโอกาสชนะสูง
  • Parabolic Sar สามารถดูความผันผวนของราคาได้โดยความถี่ของจุดไข่ปลา 

——————–🐣——————–

อินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้ Pivot Point

Pivot Point คือ อินดิเคเตอร์สำหรับระบุแนวรับ-แนวต้านแบบอัตโนมัติ ซึ่งมีความสำคัญสำหรับการเทรด Forex เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ตัว Pivot Point ยังสามารถวัดระดับความแข็งแกร่งของราคาจากการสังเกตเส้นระดับ Pivot Point ซึ่งสามารถคาดการณ์แนวโน้มทิศทางราคาได้ 

อินดิเคเตอร์ (Indicator) Pivot Point ช่วยอะไรบ้าง ?

  • Pivot Point ช่วยระบุเส้นแนวรับ-แนวต้าน 3 ระดับ 
  • Pivot Point ช่วยวัดระดับความแข็งแกร่งของราคาและแนวโน้มทิศทางราคา
  • Pivot Point ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถประยุกต์ใช้กับ Stop Loss และ Take Profit ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

——————–🐣——————–

อินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้ CCI (Commodity Channel Index)

CCI หรือ Commodity Channel Index คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Momentum ที่ใช้สำหรับวัดระดับความแข็งแกร่งของราคาสินทรัพย์ ซึ่งจะช่วยให้เทรดเดอร์วิเคราะห์แนวโน้มการกลับตัวของราคาแล้วระบุจุดสำหรับเข้าซื้อ-ขายได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

อินดิเคเตอร์ (Indicator) CCI ช่วยอะไรบ้าง ?

  • CCI ช่วยระบุภาวะ Overbought และ Oversold และระบุจุดกลับตัวของราคา
  • CCI ใช้เพื่อบอกสัญญาณซื้อขาย
  • CCI ใช้เพื่อบอกแนวโน้มทิศทางราคาสินทรัพย์

——————–🐣——————–

อินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้ Fibonacci Indicator

Fibonacci Indicator คือ อินดิเคเตอร์ที่ใช้สำหรับระบุจุดพักตัวของราคา รวมไปถึงจุดสำหรับทำกำไรและจุดหยุดขาดทุนได้ ซึ่ง Fibonacci มีด้วยกันหลายประเภท โดยประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Fibonacci Retracement ครับ

อินดิเคเตอร์ (Indicator) Fibonacci Indicator ช่วยอะไรบ้าง ?

  • Fibonacci Indicator ช่วยระบุแนวรับและแนวต้าน 
  • Fibonacci Indicator ช่วยระบุจุดกลับตัวของราคาที่อาจเกิดขึ้น

——————–🐣——————–

อินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้ Ichimoku

Ichimoku Indicator คือ อินดิเคเตอร์ที่ถูกพัฒนาโดยชาวญี่ปุ่นในช่วงปี 1930 ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ง่ายจนได้รับฉายาว่า “อินดิเคเตอร์แม่บ้าน” เพราะแม้แต่แม่บ้านก็ยังสามารถทำกำไรได้ โดย Ichimoku สามารถใช้วัดความแข็งแรงของแนวโน้มราคา ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในช่วง Uptrend และ Downtrend ครับ

อินดิเคเตอร์ (Indicator) Ichimoku ช่วยอะไรบ้าง ?

  • Ichimoku ช่วยบอกจุดเข้าซื้อ-จุดขาย
  • Ichimoku ช่วยบอกความผันผวนของราคาได้จากขนาดของเมฆ 
  • Ichimoku ช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์ทิศทางราคาได้ในตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจน

——————–🐣——————–

สรุปข้อดี-ข้อเสียของการใช้อินดิเคเตอร์ (Indicator)

ข้อดีของการใช้อินดิเคเตอร์ (Indicator)

  • ช่วยระบุแนวโน้มทิศทางราคา
  • ระบุจุดซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • ยืนยันการเกิดสัญญาณการกลับตัวของราคา
  • ระบุความผันผวนของราคาในตลาด
  • ช่วยในการตัดสินใจเข้าเทรดจากข้อมูลที่อินดิเคเตอร์แสดงผล
  • ช่วยลดความเสี่ยงจากการเทรด

ข้อเสียของการใช้อินดิเคเตอร์ (Indicator)

  • Indicator ไม่ใช่เครื่องมือที่การันตีทำกำไรได้ 100%
  • Indicator อาจทำให้เกิดสัญญาณหลอก ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงจากการเทรดได้
  • บางประเภทให้สัญญาณช้า ทำให้พลาดโอกาสในการทำกำไร

วิธีเลือกใช้อินดิเคเตอร์ (Indicator) ให้เหมาะกับตนเอง

พิจารณาจากสไตล์การเทรดของตนเอง

  • หากเป็นเทรดเดอร์ที่เน้นเทรดระยะสั้นแนะนำให้ใช้ Indicator ที่ให้สัญญาณเร็ว
  • หากเป็นเทรดเดอร์ที่เน้นเทรดระยะกลางแนะนำให้ใช้ Indicator ที่ให้สัญญาณชัดเจน
  • หากเป็นเทรดเดอร์ที่เน้นเทรดระยะยาวแนะนำให้ใช้ Indicator ที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มโดยตรง

เข้าใจความเป็น Indicator แต่ละชนิดให้ละเอียดและครอบคลุมมากที่สุด

เทรดเดอร์ควรทำความเข้าใจ Indicator แต่ละชนิดให้ครบถ้วนในทุก ๆ เรื่อง เพื่อให้การใช้งาน Indicator ตอบโจทย์กับการเทรดและถูกวัตถุประสงค์ของ Indicator แต่ละประเภท หากมีการเลือกใช้ที่ผิดวัตุประสงค์หรือเลือกใช้ไม่ตรงกับความสามารถของ Indicator เองอาจส่งผลเสียแก่ตัวเทรดเดอร์ได้ครับ

ไม่ควรเลือกใช้ Indicator เยอะเกินความจำเป็น

ไม่ควรเลือกใช้ Indicator ที่มากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดความสับสนในเชิงเทคนิคและการใช้งาน หากเป็นเทรดเดอร์มือใหม่แนะนำให้เริ่มจาก 1-2 ชนิดที่สามารถใช้งานควบคู่กันได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์เชิงเทคนิคที่ตรงจุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถนัดของเทรดเดอร์แต่ละคนด้วยเช่นกันครับ

Indicator ที่แม่นยำที่สุดคืออะไร

ในปัจจุบันยังไม่มี Indicator ประเภทใดที่มีความแม่นยำมากที่สุดครับ Indicator ทุกชนิดมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อราคาสินทรัพย์จนทำให้เกิดความผันผวนของราคาขึ้น จึงยากที่ Indicator จะสามารถคำนวณและแสดงผลออกมาได้แม่นยำ 100% ดังนั้นแล้วเทรดเดอร์ควรศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการใช้ Indicator ในการเทรดเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นครับ

Indicator พื้นฐานที่เทรดเดอร์นิยมใช้มีอะไรบ้าง

สำหรับ Indicator พื้นฐานที่เทรดเดอร์นิยมใช้และใช้งานง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่มีดังนี้ครับ

  • Moving Average
  • Relative Strength Index (RSI)
  • Bollinger Bands
  • Stochastic Oscillator
  • MACD (Moving Average Convergence Divergence)

EMA ย่อมาจากอะไร

EMA ย่อมาจาก Exponential Moving Average (EMA) เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Trend ที่ใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางราคาโดย EMA จะคำนวณจากราคาปิดในแต่ละวันนำมาหาค่าเฉลี่ยและสร้างเป็นเส้นกราฟควบคู่กับกราฟราคาครับ

Indicator คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์กราฟของราคาในตลาดสินทรัพย์ต่าง ๆ การนำมาประยุกต์และใช้ควบคู่กับการเทรดถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้แก่ตัวเทรดเดอร์ และยังช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนของราคาได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่า Indicator จะสามารถช่วยให้เทรดเดอร์วิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางราคาได้ง่ายขึ้น แต่ Indicator ก็สามารถทำให้เกิดสัญญาณหลอกหรือสัญญาณล่าช้าได้เช่นกัน ซึ่งเป็นจุดที่จะต้องพึงระวังเป็นอย่างมาก และในบทความนี้ เราได้รวบรวมอินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่นิยมใช้สำหรับเทรดเดอร์ ดังนี้ครับ

  • Moving Average (MA)
  • Relative Strength Index (RSI)
  • Bollinger Bands (BB)
  • Stochastic Oscillator
  • MACD (Moving Average Convergence Divergence)
  • Parabolic Sar 
  • Pivot Point 
  • CCI (Commodity Channel Index)
  • Fibonacci Indicator
  • Ichimoku Indicator

ดังนั้นแล้วทีมงาน Gotradehere หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเทรดเดอร์จะต้องไม่ลืมศึกษาปัจจัยอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการเทรดและการใช้ Indicator เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการเกิดสัญญาณหลอกหรือปัจจัยภายนอกอื่น ๆ และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์หลายท่านต้องการมากที่สุดครับ


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม: News

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5
IUX
5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –